Blogmax | แม็กกี้ ชินจัง

อุตรวิถี รถไฟไทย เดินทางชิลล์ๆ กรุงเทพ-เชียงใหม่

 

 

ประทับใจในการบริการ และในทุกอย่างของความเป็น รถไฟไทยอุตรวิถี

เส้นทางเดินรถกรุงเทพ – เชียงใหม่ ขบวนหมายเลข 9 โดยผมได้ขึ้นขบวนกลางทาง ต้นทางจังหวัดพิษณุโลก ในเที่ยวเวลา 00.18 น.แต่รถเทียบท่าชานชาลามาถึงประมาณ 00.20 น.และใช้เวลาจอดแวะรับผู้โดยสารไม่เกิน 10 นาทีรถก็เคลื่อนออกจากสถานีพิษณุโลก (ระหว่างรอรถไฟมาผมได้มีโอกาสถามนายสถานีที่ท่าเรื่องรถไฟเลทและโดยเฉพาะรถไฟใหม่อุตรวิถีนี้ได้คำตอบว่าเคยมีเลทนานสุด 1 ชั่วโมงแต่นานๆที สาเหตุที่เลทเลทตอนเข้าแถวๆชุมทางบางซื่อ) นั่นก็ทำให้เห็นอย่างนึงว่า รถไฟไทยพัฒนาขึ้นมาระดับนึงในเรื่องการความตรงต่อเวลาของรถไฟไทยนั่นเอง

พอรถไฟจอดเทียบชานชาลานิ่งสนิทแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำตู้แต่ละตู้จะออกมาจากตัวรถเปิดประตูและต้อนรับผู้โดยสารเข้าสู่ตู้โดยสารของตนเองต้องบอกว่าดูหรูมากจริงๆครับ ประตูรถไฟกว้างกว่าเดิมพอสมควรพื้นรถไฟสวยไม่ต่างกับพื้นรถไฟฟ้าบีทีเอสเลยก็ว่าได้ถ้าเทียบกัน เดินเข้าไปในตู้โดยสารจะมีหมายเลขที่นั่งติดอยู่ที่ข้างเบาะมองเห็นชัดเจน และผ้าม่านจะถูกเปิดไว้รอเราครับจากนั้น เจ้าหน้าที่ประจำตู้จะเข้ามาหาเราและขอดูตั๋วเพื่อทำการตัดตั๋วพร้อมสอบถามสถานีปลายทางของเราเพื่อความถูกต้องตามสเต็ปครับ .

หลังจากรถไฟเคลื่อนออกสถานีและมุ่งหน้าไปสู่สถานีอื่่นๆ เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางสถานีเชียงใหม่ด้วยความที่ผมไม่ได้ขึ้นรถไฟมานานมากกว่าเกือบ 10 ปีและเที่ยวที่ผมขึ้นเป็นรถไฟใหม่ทำให้ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ (ปกตินั่งรถทัวร์เที่ยวเที่ยงคืนรถออกปุ๊บก็เริ่มสลบละ แต่นี่ไม่) อาจจะเพราะรถไฟขบวนใหม่อุตรวิถีภายในตู้โดยสารรถเปิดไฟตลอดเวลาด้วยมั้งครับและเป็น LED ฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยหายห่วงครับแถมมีกล้องวงจรปิดทุกตู้ ส่วนเรื่องผ้าม่านสำหรับคนชอบนอนแบบไฟปิดสนิทไม่มีแสงรบกวนตรงนี้แนะนำว่า เอาผ้าปิดตาไปด้วยนะครับเพราะผ้าม่านมันค่อนข้างโปร่งแสงพอสมควรเลย ส่วนรีวิวอื่นๆเป๊ะๆตามรีวิวที่หลายๆเว็บ หลายๆเพจเขียนไว้ทุกประการเลย ตัวห้องน้ำจะอยู่ท้ายตู้โดยสารของทุกๆตู้ มีประตูระบบกึ่งอัติโนมัติปิดแยกโซนห้องน้ำกับโซนห้องโดยสารชัดเจน ในตัวห้องน้ำจะถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน 1)โซนโถปัสสาวะ 2)โซนห้องส้วม 3)โซนห้องน้ำสำหรับผู้พิการ 4)โซนอ่างล้างหน้า

ส่วนตู้เสบียงยังไม่โอกาสได้ชมเพราะเนื่องจากผมไปครั้งแรกและตอนขึ้นนั้นตู้เสบียงปิดแล้ว (ตามรีวิวบอกปิด 22.00)ผมนอนหลับไปตอนประมาณ 02.00 – 03.00 น.คิดดูตื่นเต้นแค่ไหน 2 ชั่วโมงนอนไม่หลับอะ 5555สะดุ้งตืนมาอีกทีรถจอดเทียบท่าสถานีรถไฟนครลำปางดูเวลาที่สถานีประมาณ 04.00 น.จากนั้นประมาณ 06.00 น.(เริ่มเก็บเตียงตอนเลยออกมาจากสถานีขุนตานสักพักแล้ว) เจ้าหน้าที่ประจำตู้จะเริ่มออกมาเก็บเตียงเปลี่ยนเป็นที่นั่งทีนี้ถ้าคุณอยากนอนแค่ไหนก็อดละครับ และจะเป็นที่นั่งไปจนถึงจุดหมายปลายทาง และตอนเก็บเตียงเสร็จแล้วผมมาสังเกตตอนนี้แหละว่ารอบตัวผมนั้นมีผู้โดยสารต่างชาติ คนอังกฤษ และคนจีนเต็มขบวนเลยแทบจะนับคนไทยได้เลยตู้ผม (ตู้ที่ 10) ผมก็นั่งไปจนสุดปลายทางสถานีเชียงใหม่

โดยรวมผมว่าค่อนข้างสมราคา สำหรับบางคนอาจมองว่าแพงไป ของผมราคา 881 บาทชั้นสอง จากพิษณุโลก – เ่ชียงใหม่ ถ้าไปรถทัวร์ VIP ก็ตกประมาณ 300 บาทต่อเที่ยว แต่ถามว่าอะไรแตกต่างคำตอบคือรถทัวร์ได้แค่เอนปรับเบาะนอน แต่รถไฟกางเป็นเตียงนอนถ้าให้เทียบก็เหมือนนอนบนโรงแรมเคลื่อนที่และด้วยความเงียบของรถไฟใหม่ที่เงียบมากบอกเลยว่าค่อนข้างหลับสบายมาก ผมจำได้ว่ามีเสียงแค่ล้อรถไฟเคลื่อนที่ไปตามรางแค่นั้นแต่เสียงชักลากระหว่างตัวรถไม่มีเพราะรถไฟใหม่รอยต่อสนิทจนแทบจะเป็นขบวนเดียวกันทั้งหมดไม่เหมือนรถไฟอื่นๆที่เวลาจะข้ามระหว่างตู้ต้องคอยระหว่างรอยต่อให้ดีเพราะอาจจะพลัดตกไปได้ทุกอย่างค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว

——

บรรยากาศตู้เสบียง (ขออนุญาตใช้รูปอีกเที่ยวขาล่อง เชียงใหม่ – กรุงเทพครับ)

เมนูอาหารจะมีเป็นเซตแบบนี้เลยนะครับ (อาหารกล่อง) ส่วนนมสดนั่นผมสั่งแยกต่างหากครับ

เนื่องจากรถอุตรวิถีด่วนพิเศษนี้วิ่งช่วงกลางคืนอยู่แล้ว ตอนผมมาตู้เสบียฃช่วงเววลานั้นเมื่อมองออกนอกหน้าต่างจงมืดแบบระ่นครับ ( จริงๆคือ หลอดไฟในตัวรถมันค่อนข้างสว่าง จึงสัท้อนกับกรพะจกและมองไม่เห็นข้างนอกครับ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

العربية简体中文NederlandsEnglishFrançaisDeutschItaliano한국어PortuguêsРусскийEspañolไทย